dot dot
ทัวร์, ทัวร์ญี่ปุ่น, ทัวร์ยุโรป, ทัวร์ต่างประเทศ, ทัวร์สิงคโปร์, ทัวร์ออสเตรเลีย, ทัวร์ไต้หวัน ทัวร์ท่องเที่ยวต่างประเทศ, ทัวร์เกาหลี, ทัวร์จีน, ทัวร์อินเดีย, ทัวร์ฮ่องกง, ทัวร์นิวซีแลนด์, แพคเกจทัวร์, ตั๋วเครื่องบินต่างประเทศ, ทัวร์จีน, ทัวร์ปักกิ่ง


Find more about Weather in Tokyo, JP
Find more about Weather in Osaka, JP


เวียดนามเหนือ

 ประเทศเวียดนาม  

ชื่อประเทศทางการ : สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

เมืองหลวง : กรุงฮานอย

พื้นหลังของประเทศ : การล่าอาณานิคมของฝรั่งเศลต่อเวียดนามนั้นเริ่มในปีคริสตราชที่ 1858 และยึดเวียดนามเสร็จสมบูรณ์ได้ในปีคริสตราชที่ 1884 และเวียดนามได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอินโดจีนของฝรั่งเศสในปีคริสตราชที่ 1887 อย่างไรก็ตาม เวียดนามได้ประกาศอิสรภาพหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ฝรั่งเศสก็ยังยังคงปกครองเวียดนามจนกระทั่งฝรั่งเศสพ่ายแพ้ในปีคริสตราชที่ 1954 ต่อกองกำลังคอมมิวนิสต์ภายใต้การนำของโฮจิมินห์ ทั้งนี้ ภายใต้สนธิสัญญาเจนีวาของปีคริสตราชที่ 1954 เวียดนามได้ถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง คือฝั่งคอมมิวนิสต์ในภาคเหนือของประเทศ และการต่อต้านคอมมิวนิสต์ในภาคใต้ของประเทศ อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาช่วงปีคริสตราชที่ 1960 สหรัฐได้ให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและทางการทหารแก่เวียดนามใต้ ด้วยความพยายามที่จะหนุนรัฐบาลเวียดนามใต้ แต่กองกำลังสหรัฐก็ต้องถูกถอนดังข้อตกลงการหยุดยิงในปีคริสตราชที่ 1973 ทั้งนี้ ในเวลาสองปีต่อมากองกำลังเวียดนามเหนือได้พยายามที่จะรวมเวียดนามใต้กับเวียดนามเหนือให้เป็นประเทศภายใต้การปกครองในแบบคอมมิวนิสต์ ถึงแม้ในช่วงเวลานั้นประเทศได้อยู่ภายใต้ความสงบ แต่กว่าทศวรรษที่ผ่านมาประเทศได้ประสบกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อย เนื่องจากนโยบายการปกครองแบบอนุรักษ์นิยมของประเทศ การประหัตประหาร และการอพยพของประชาชนซึ่งโดยส่วนมากชาวเวียดนามใต้ได้อพยพไปทำมาหากินและเจริญเติบโตได้ในระดับนานาชาติ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการตรากฎหมายของประเทศเวียดนาม “Doi Moi” (การปฎิรูปใหม่) นโยบายในปีคริสตราชที่ 1986 ผู้มีอำนาจในการปกครองประเทศเวียดนามมีความมุ่งมั่นที่จะเปิดเสรีการค้าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นและตราปฏิรูปโครงสร้างที่จำเป็นในการที่จะพัฒนาทางเศรษฐกิจ รวมทั้งผลักดันการผลิตในการแข่งขันมากขึ้น ทั้งนี้ ในอุตสาหกรรมการส่งออกจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้นำคอมมิวนิสต์ของเวียดนามได้รักษาและควบคุมการแสดงออกทางการเมือง และมีการต่อต้านการปรับปรุงสิทธิมนุษยชนจากนอกประเทศ ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว ประเทศยังคงเผชิญกับการประท้วงขนาดเล็กจากกลุ่มต่างๆ  ซึ่งส่วนใหญ่มาจากปัญหาการใช้ที่ดิน การเปิดพื้นที่ทางการเมือง และการขาดกลไกที่เท่าเทียมกันสำหรับการแก้ปัญหาข้อพิพาท  นอกจากนั้น การประท้วงของชนกลุ่มน้อยเชื้อชาติต่างๆเช่น ชนชาวภูเขา (Montagnards) ของประเทศและชาวเขมรในภูมิภาคทางตอนใต้ก็ยังคงเป็นปัญหาของประเทศเวียดนามที่ยังต้องเผชิญอยู่ด้วย

ลักษณะธงชาติ : เป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีแดง โดยมีรูปดาวห้าแฉกสีเหลืองอยู่ตรงกลาง ซึ่งสีแดงของธง หมายถึง การต่อสู้เพื่อเอกราชของประเทศ และสีเหลืองของดาว คือ สีของชาวเวียดนาม ส่วนชนชั้นต่างๆในสังคมของเวียดนาม คือ สัญลักษณ์ดาวห้าแฉก ที่แทน นักปราชญ์ ชาวนา พ่อค้า ช่างฝีมือ และทหาร ทั้งนี้ ธงชาติเวียดนามมีอีกชื่อเรียกว่า ธงแดงดาวเหลือง ซึ่งเริ่มใช้ครั้งแรกในวันที่ 30 พฤศจิกายน ปีพุทธศักราชที่ 2498 ในฐานะธงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามหรือเวียดนามเหนือ แต่ต่อมาหลังสิ้นสุดสงครามเวียดนามและมีการรวมชาติระหว่างเวียดนามเหนือกับใต้ ธงสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามก็ได้กลายเป็นธงชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในวันที่ 2 กรกฎาคม ปีพุทธศักราชที่ 2519 ทั้งนี้ ในตอนหลังของการรวมชาติเวียดนามในปีพุทธศักราชที่ 2519 ความหมายของธงชาติก็ได้ถูกอธิบายใหม่ว่า สีแดง คือ การปฏิวัติโดยชนชั้นกรรมาชีพ และ การชี้นำของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามในช่วงปีพุทธศักราชที่ 2488 ถึง 2498 จะถูกแทนด้วยดาวสีทอง 

ที่ตั้ง : ทางทิศเหนือของประเทศจะติดกับจีน ส่วนทิศตะวันตกจะติดกับลาวและกัมพูชา ส่วนทางทิศตะวันออกจะติดกับ ทะเลจีนใต้และอ่าวตังเกี๋ย 

พื้นที่ : 331,689 ตารางกิโลเมตร 

ประชากร : 91,519,289 คน (พ.ศ.2554) ประกอบด้วย เวียด (85.7%) ต่าย (1.9%) ไทย (1.8%) เหมื่อง (1.5%) เขมร (1.5%) ม้ง (1.2%) นุง (1.1%) และ อื่นๆ (5.3%) (สำมะโนประชากรปีคริสตราชที่ 1999)

อัตราการเพิ่มของประชากร : (1.054%) (พ.ศ.2554)  

ภาษา : ภาษาเวียดนามเป็นภาษาราชการ และวงการวิชาการเวียดนามในปีพุทธศักราชที่ 2463 ลงประชามติที่จะใช้ตัวอักษรโรมันแทนตัวอักษรจีนในการเขียนภาษาเวียดนาม 

ศาสนา : ศาสนาพุทธ (9.3%) ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลลิก (6.7%) ศาสนาฮัวเหา (1.5%) ศาสนาเกาได๋ (1.5%) ศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ (0.5%) ศาสนาอิสลาม (0.1%) และไม่มีศาสนา (80.8%) (ตามสำมะโนประชากรปีคริสตราช 1999)

ภูมิอากาศ : ประเทศเวียดนามมีลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบมรสุมเขตร้อน และมีความชื้นประมาณ 84% ตลอดปี โดยมีปริมาณฝนจาก 120 ถึง 300 เซนติเมตร และอุณหภมิเฉลี่ยอยู่ที่ ห้าองศาถึงสามสิบเจ็ดองศาเซลเซียส ทั้งนี้ ประเทศเวียดนามจะมีฝนตกตลอดปี โดยได้รับอิทธิพลมาจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และชายฝั่งทะเลในด้านตะวันออกจะเปิดรับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่านทะเลจีนใต้ เลยทำให้มีโอกาสรับพายุหมุนเขตร้อน และลมมรสุม 

ทรัพยากรธรรมชาติ : ฟอสเฟต ถ่านหิน แมงกานีส ไม้ ธาตุหายาก อะลูมิเนียม โครเมต การฝากน้ำมันและก๊าซในต่างประเทศ ไฟฟ้าพลังน้ำ 

สกุลเงิน : ด่อง 

ระบบการปกครอง : เป็นแบบระบอบสังคมนิยม โดยมีพรรคคอมมิวนิสต์เป็นพรรคการเมืองเดียว 

เศรษฐกิจ : ประเทศเวียดนามนั้นเป็นประเทศที่มีประชากรอยู่อาศัยอย่างหนาแน่น และเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ในช่วง 30 ปีนั้นได้มีการฟื้นประเทศจากสภาวะของสงคราม รวมทั้งประเทศเวียดนามได้สูญเสียทางด้านการสนับสนุนทางการเงินจากค่ายสหภาพโซเวียตเก่า และความแข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจรวมศูนย์ด้วย ในขณะที่เศรษฐกิจของเวียดนามยังคงถูกบริหารโดยรัฐวิสาหกิจที่ยังคงผลิตประมาณ 40% ของจีดีพีของประเทศ อย่างไรก็ตาม ชั้นการปกครองของเวียดนามได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะเปิดเสรีทางเศรษฐกิจและการบูรณาการระหว่างประเทศด้วย ทั้งนี้ ชั้นการปกครองได้ย้ายไปดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างที่จำเป็นในการที่จะพัฒนาทางเศรษฐกิจ และการผลิตภาคอุตสาหกรรมของการส่งออกที่เป็นตัวขับเคลื่อนการแข่งขันมากขึ้นด้วย ทั้งนี้  เวียดนามยังเข้าร่วมกับองค์การการค้าโลกในเดือนมกราคมปีคริสตราชที่ 2007 ที่มีการผ่านการเจรจามามากกว่าทศวรรษที่ผ่าน  และเวียดนามได้กลายเป็นหุ้นส่วนการเจรจาอย่างเป็นทางการในการพัฒนาการค้าข้อตกลงพันธมิตรระหว่างแปซิฟิกในปีคริสตราชที่ 2010 ด้วย  อย่างไรก็ตาม ภาคผลผลิตทางการเกษตรนั้นได้หดตัวลงอย่างต่อเนื่องจากประมาณ 25% ในปีคริสตราชที่ 2000 จนเหลือประมาณ 22%  ในขณะที่ส่วนของภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจาก 36% เป็น 40% ในช่วงเดียวกัน ทั้งนี้ ความยากจนได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเวียดนามก็กำลังสร้างงานเพื่อตอบสนองความท้าทายของแรงงานที่มีการเติบโตมากกว่าหนึ่งล้านคนในทุกปี อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกนั้นได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในการส่งออกของเวียดนาม ที่จีดีพีในปีคริสตราชที่ 2009-11 ได้เติบโตน้อยกว่า 7% ต่อปีโดยเฉลี่ยที่ประสบความสำเร็จในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นอกจากนี้แล้วในปีคริสตราชที่  2011 การส่งออกของประเทศได้เพิ่มขึ้นกว่า 33% ปีต่อปีและการขาดดุลทางการค้าได้ลดลงจากปีคริสตราชที่ 2010 ซึ่งอยู่ในระดับสูง และสิ่งนี้ได้กระตุ้นรัฐบาลที่จะรักษามาตรการทางการค้าของผู้ดูแลระบบเพื่อจำกัดการขาดดุลทางการค้าด้วย ทั้งนี้ การจัดการกับสกุลเงินของประเทศนั้น เวียดนามยังคงเผชิญกับแรงกดดันอันเนื่องมาจากความไม่สมดุลทางการค้าถาวร นอกจากนี้ ตั้งแต่ปีคริสตราชที่ 2008  รัฐบาลได้ลดค่าเงินที่เกินกว่า 20% ของการลดค่าเงินจำนวนเล็ก ดังนั้น ในปีคริสตราชที่ 2011ผู้สนับสนุนจากต่างประเทศได้ให้เงินช่วยเหลือเกือบ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับความช่วยเหลือด้านการพัฒนา อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งในการเติบโตเชิงนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น ทำให้เกิดการต่อสู้เพื่อควบคุมกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงสุดของภูมิภาคที่สูงถึง  23% ในเดือนสิงหาคมปีคริสตราชที่ 2011 และเฉลี่ยอยู่ที่ 18% สำหรับปีนั้น ทั้งนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ปีคริสตราชที่  2011 ประเทศเวียดนามได้เปลี่ยนจุดโฟกัสจากการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศแทน และทำให้นโยบายการคลังและการเงินรัดกุมมากยิ่งขึ้น  นอกจากนี้แล้ว ในช่วงต้นปีคริสตราชที่ 2012 ประเทศเวียดนามได้เปิดตัวสามเสาหลักในโครงการปฏิรูปเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยการเสนอการปรับโครงสร้างของการลงทุนสำหรับภาครัฐ  รัฐวิสาหกิจ และภาคการธนาคารด้วย อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจของเวียดนามยังคงเผชิญกับความท้าทายจากทุนสำรองเงินตราต่างประเทศที่ต่ำ การทำให้ภาคธนาคารได้ประโยชน์ยิ่งขึ้น และต้นทุนการกู้ยืมที่สูง ทั้งนี้ การใกล้ล้มละลายและภายหลังจากที่รัฐเป็นเจ้าขององค์กร Vinashin หรือธุรกิจการต่อเรือนั้น ทำให้ประเทศต้องถูกปรับลดอันดับเครดิตหนี้ของชาติเวียดนาม ซึ่งทำให้การกู้ยืมเงินของเวียดนามต้องเผชิญกับความยากลำบากขึ้นอีกด้วย

ผลผลิตทางด้านการเกษตร : ข้าวเปลือก กาแฟ ยาง ชา พริกไทย ถั่วเหลือง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ อ้อย ถั่วลิสง กล้วย สัตว์ปีก ปลา อาหารทะเล 

ผลผลิตทางด้านอุตสาหกรรม : การแปรรูปอาหาร เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องจักรกล ซีเมนต์ ปุ๋ยเคมี แก้ว ยาง น้ำมัน โทรศัพท์มือถือ การทำเหมือง ถ่านหิน เหล็ก 

ชุดประจำชาติ : ชุดประจำชาติเวียดนาม คือ อ่าวหญ่าย ซึ่งประกอบไปด้วยผ้าไหมที่พอดีตัวโดยสวมทับกับกางเกงขายาว โดยชุดอ่าวหญ่ายจะสวมใส่ในงานพิธีต่างๆ และปัจจุบันนั้นชุดอ่าวหญ่ายได้รับความนิยมในหมู่ผู้หญิงเวียดนาม แต่ผู้ชายจะสวมใส่ในงานพิธีแต่งงานหรืองานศพ 

ดอกไม้ประจำชาติ : ดอกบัวถือเป็นดอกไม้ที่สง่างามสำรับชาวเวียดนาม เพราะเป็นสัญลักษณ์ที่แทนความบริสุทธิ์ ความผูกพัน และการมองโลกในแง่ดี โดยที่ดอกบัวมักจะถูกกล่าวถึงในบทกลอน หรือเพลงพื้นเมืองของเวียดนามในแง่ของความสง่างาม ทั้งนี้ ชาวเวียดนามถือว่าดอกบัวเป็นหนึ่งในสี่ดอกไม้หรือพืชที่สง่างาม ซึ่งดอกไม้ทั้งสี่ คือ ต้นสน ต้นไผ่ ต้นเบญจมาศ และดอกบัว ทั้งนี้ ดอกบัวอาจจะถูกเรียกได้อีกชื่อว่าเป็น ดอกไม้แห่งรุ่งอรุณ ด้วย 

อาหารยอดนิยม : เปาะเปี๊ยะเวียดนาม หรือ Nem จะเป็นอาหารยอดนิยมของเวียดนาม โดยที่แผ่นเปาะเปี๊ยะจะทำมาจากแผ่นแป้งข้าวเจ้า และไส้เปาะเปี๊ยะอาจจะทำด้วย ไก่ หมู หรือกุ้ง และห่อด้วยผักชนิดต่างๆ ทั้งนี้ เปาะเปี๊ยะเวียดนามถือเป็นหนึ่งในอาหารพื้นเมืองของเวียดนามด้วย 

สายการบินประจำชาติ : Vietnam Airlines

 เมืองท่องเที่ยวน่าสนใจ 

1. เมืองฮานอย ซึ่งเป็นเมืองหลอง ของประเทศเวียดนามเหนือ

2. นิจบิงจ์ เป็นฮาลองบก

3. อ่าวฮาลอง เป็นอ่าวที่ถูกเรียกว่าหลังคาอินโดจีน

4. ซาปา ขึ้นไปทางเหนือของเมืองฮานอย